top of page

มหากาพย์รีวิวการเตรียมสอบ IELTS !!ฉบับคนพื้นฐานไม่ดี หรือ ปานกลาง

Updated: Nov 9, 2023





1. ปูพื้นแกรมม่า และ รื้อฟื้น ก่อนเลย แกรมม่ามีความสำคัญแฝงอยู่ในการสอบไอเอลส์แทบจะทุกพาร์ทแม้ข้อสอบนี้จะ ไม่มีการวัดแกรมม่าโดยตรงเช่น Sentence completion, Error Identification เหมือนข้อสอบภาษาอังกฤษประเภทอื่นๆ แต่เราจะได้ใช้แกรมม่าเยอะมากในพาร์ท การเขียน และ การพูด การจะขึ้นประโยค เชื่อมประโยคต่างๆ ล้วนอาศัยแกรมม่าทั้งนั้น


แม้กระทั่งสอบการอ่าน เราก็ต้องอาศัยหลักแกรมม่าในการที่จะระบุได้ว่าคำไหนคือ ประธาน คำไหนกริยาแท้ คำไหนส่วนขยาย etc. ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้เราอ่าน Passages ได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การหาคำตอบ หรือ เดาคำตอบ ได้ไวขึ้น (แก้ปัญหาทำ Reading ไม่ทันไปในตัว)


ซึ่งหนังสือแกรมม่าที่แนะนำคือ เล่มนี้ครับ ENGLISH GRAMMAR IN USE (Raymond Murphy)

Fifth Edition เหมาะสำหรับฝึกเอง มีโจทย์ เฉลยให้พร้อม รวม 392 หน้า


ลิ้งค์ดาวโหลด



ใครพื้นฐานดีอ่านเองไหวแนะนำครับ ถ้าพื้นฐานไม่ดีเวลาเตรียมน้อย ทางเพจ Eng for Edu มีคอร์สสรุป

แกรมม่าแถมให้ในคอร์สไอเอลส์ครับ ย่อมาให้เข้าใจง่ายๆ เน้นๆ สำหรับคนอยากประหยัดเวลาอ่านเอง



2.เพิ่มคลังคำศัพท์


> สำหรับคนที่พื้นฐานน้อย แนะนำเริ่มจากนี้ก่อนเลย

The Oxford 3000 CEFR level A1-B2



The Oxford 5000 CEFR level B2-C1 (เพิ่มมาอีก 2000 คำจากอันแรก)



เห็นเป็นพันๆคำ แต่ อย่าเพิ่งกลัวไปครับ จริงๆ หลายๆคำในนี้จะเคยผ่านตาเรามาแล้วส่วนมาก จากการเรียนตั้งแต่ ประถม - มัธยม จริงๆเราไม่จำเป็นต้องรู้ทั้งหลายพันคำนี้ก็ได้ครับ แต่แค่ยิ่งรู้เยอะโอกาสสอบได้คะแนนสูงยิ่งมากกว่าครับ



> สำหรับคนที่พื้นฐานปานกลาง อยากเน้นต่อยอดเลย แนะนำเซทนี้ครับ


ทั้งคำศัพท์ที่จะใช้ในภาษาพูด IELTS Speaking เช่น Phrasal verb, Idioms ต่างๆ และ คำศัพท์ยากแบบ Academic ที่เจอบ่อยใน IELTS แนะนำท่อง AWL (Academic wordlists) 570 คำ ไปครับ

แบบฝึกหัดศัพท์ AWL ลิ้งค์นี้เลย



รวม Phrasal verbs ใช้บ่อย



รวม Idioms ใช้บ่อย



> นอกจากนี้ยังมี กลุ่มศัพท์เหล่านี้ที่สำคัญรองลงมา ถ้าเวลาเหลือควรตามเก็บ สำหรับคนอยากไป 7+


Collocations (คำที่ใช้คู่กัน)



Prefixes, Suffixes



Roots (รากศัพท์)



Synonyms (คำเหมือน)




3. ฝึกฟังให้ออกทุกสำเนียง


ความยากอย่างนึง ในข้อสอบ IELTS Listening คือ เขาให้ฟังรอบเดียว สำเนียงภาษาอังกฤษที่ใช้ในการสอบจะมาจากประเทศเจ้าของภาษาหลากหลายสำเนียง เช่น North America, Australia, New Zealand, Britain etc. ถ้าคุณมีความสามารถที่จะฟังภาษาอังกฤษจากสำเนียงที่แตกต่างออกไปได้ จะดีมากๆ ดังนั้น ลองฝึกทักษะการฟังของคุณเยอะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากคลิปต่าง ๆ จาก Youtube Netflix (ปิด subtitle) หรือ ช่องข่าวภาษาอังกฤษ เช่น


BBC news


Bangkok post learning (มีแปลไทยคำศัพท์ให้ในเวปเลย เริศ!)




4. อ่านโจทย์ให้เคลียร์ และ ปฏิบัติตามให้ถูก


ถ้าในข้อสอบการฟัง หรือ อ่าน คำสั่งบอกให้คุณ Complete a sentence using NO MORE THAN TWO WORDS การเลือกใช้คำที่ถูกต้อง เช่น environmental problem (แบบนี้คือ 2 คำ) แทนที่จะใช้คำว่า problem about environment (แบบนี้คือ 3 คำ) ก็จะทำให้คุณได้คะแนน ถ้าเขียนคำเกินคือ เสียคะแนนเลยนะครับ


และในข้อสอบเขียน ลองอ่านให้ดี ว่าโจทย์ต้องการกี่คำ เช่น ถ้าคำสั่งบอก 150 words สำหรับ Task 1 เราก็ควรจะเขียนให้อยู่ใน 150 คำ เขียนเกินมาได้สูงสุดไม่ควรเกิน 20 คำ แต่ไม่ควรเขียนให้จำนวนคำขาดครับ



5. ฝึกทำข้อสอบจริงย้อนหลัง พร้อมจับเวลาไปด้วย


ข้อสอบการฟังใช้เวลาทั้งหมด 40 นาที คุณจะมีเวลาฟัง 30 นาทีและมีเวลาเขียนคำตอบลงกระดาษอีกแค่ 10 นาที ข้อสอบจะเหมือนกันทั้ง Academic และ General


ในพาร์ทของ Speaking เนื้อหาของข้อสอบจะเหมือนกันทั้ง Academic และ General มีเวลาสอบทั้งหมด ไม่เกิน 15 นาที แบ่งออกเป็น 3 parts


ในพาร์ทของ Reading จะมีเวลาสอบทั้งหมด 60 นาทีต่อ 40 ข้อ เนื้อหาข้อสอบจะแตกต่างกันระหว่าง Academic และ General


ในพาร์ทของ Writing จะมีเวลาสอบทั้งหมด 60 นาทีต่อข้อสอบ 2 Tasks เนื้อหาข้อสอบจะแตกต่างกันระหว่าง Academic และ General


การตั้งเวลาไม่ใช่แค่ช่วยให้เราทำข้อสอบได้ดีภายใต้แรงกดดัน เสมือนการสอบจริง แต่ยังช่วยให้คุณรู้ชัดขึ้นด้วยว่า ถนัด หรือ ไม่ถนัดทักษะไหน เช่น ถ้าคุณไม่สามารถทำข้อสอบการอ่านเสร็จได้ทันเวลา คุณก็ควรฝึกด้านการอ่านเพิ่มเติม (ทักษะนี้คนทำไม่ทันเยอะครับ เรื่องปกติ) เช่น หากต้องการ Memorize vocabs ให้ดีขึ้น ลองจดศัพท์ หรือ ประโยคสั้นๆ โดยแบ่งตามธีมโจทย์ อย่างศัพท์เกี่ยวกับเทคโนโลยี การเมือง สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ เป็นต้น


และ ยิ่งเมื่อฝึกทำข้อสอบอ่านไปเยอะๆ เราจะเริ่มมี Sense เลยว่า คนออกข้อสอบจะถาม

จะหลอกตรงไหน (ถ้าอยากประหยัดเวลาฝึก ในคอร์ส IELTS ของเรามีเก็งในส่วนนี้ให้พร้อม)


แหล่งข้อสอบ



6. ฝึกเขียน ฝึกพูดออกมาบ่อยๆเพราะสองทักษะนี้ยากสุด

เพราะในการสอบ 2 ทักษะนี้ไม่มี Choice หรือคำใบ้อะไรมาให้มากนักคำตอบทั้งหมดต้องออกมาจากตัวเราล้วนๆ เรียกได้ว่าวัดกึ๋นภาษากันไปเลย และห้ามคิดเด็ดขาดว่าถ้าฝึกเขียนไปเยอะๆแล้วเดี๋ยวตอนพูดมันก็พูดได้เองก็ภาษาอังกฤษเหมือนกัน No! มันถือว่าเป็นคนละทักษะกันเลย ในความเป็นจริงถ้าเราไม่ได้พูดออกมาบ่อยๆถึงเวลาจริงกล้ามเนื้อมันไม่ขยับตามครับ ต่อให้ในหัวเราจะคิดออกก็เถอะ



7. หาเพื่อนร่วมเรียน พาร์ทเนอร์ฝึกพูด เผลอๆได้เพื่อนใหม่ด้วยนะ

ตอนนี้มีกลุ่ม Facebook มากมายที่เปิดให้คนเตรียมสอบ ielts สามารถเข้าไปหา Partner ในการฝึกพูดได้ เช่น https://www.facebook.com/groups/ieltsspeakingpartners


แต่จริงๆแล้ว เราเก็งคำถาม แล้วฝึกพูดคนเดียวมันก็ได้อยู่ เพราะการสอบ IELTS Speaking มันคือ การไปโดน “Interview” ไม่ใช่ว่า ไปคุยกับเค้าเรื่อยเปื่อย Examiners เค้าเตรียมชุดคำถามไว้แล้ว

แต่ก้นะ หาเพื่อนช่วยฝึกพูด มันก็เพลินกว่า และ เป็นการออกจาก comfort zone ไปในตัว ในส่วนนี้แล้ว แต่จริตของแต่ละคนครับ


จะเห็นได้ว่าการเตรียมตัวสอบ ielts ค่อนข้างมี Learning Curve พอสมควรเราสามารถอ่านเองได้ก็จริง แต่ถ้ามีติวเตอร์ที่รู้จริงมาช่วยสอนเราจะเตรียมตัวได้เร็วและมีประสิทธิภาพกว่าครับ

เอาหละ!



สำหรับพี่ๆน้องๆคนไหน ที่ต้องการติวไอเอลส์ ทางเรามีคอร์สสอนโดยพี่ๆ MUIC จุฬา มธ สอบได้ Speaking Band9 !! ตรวจงานทั้ง เขียน และ พูดให้อีก 1 ปีเต็มคุ้มๆ https://www.facebook.com/EnglishforEducation/posts/750481793753647


















328 views0 comments

Comments


bottom of page